ปูซาน โซล เกาหลีใต้ หน้าซัมเมอร์

…. ห้ะ…. 2 เมืองในทริปเดียวหรอ ไม่น่าจะเป็นไปได้ …. ครับ … ฟังไม่ผิดหรอก ปูซาน โซล จริงๆๆ 2 เมืองใหญ่ของเกาหลีใต้ (Korea) !!!ในเดือนมิถุนายน ตกลงใจไปทั้งๆที่คิดว่า จะไปทั้ง2เมืองจริงหรอ เดือนนี้จะมีอะไรเที่ยว แต่ก็ลองดู ไปเกาหลีหน้าร้อนนนนนนนนม เพื่อนรู้ยังด่าเลย 555 แต่เห็นว่าเป็นทริป แนะนำเส้นทางใหม่ให้กรุ๊ปเราเป็นกรุ๊ปแรก เลยตัดสินใจไป และอีกอย่างช่วงนี้ข่าวเกาหลีแรงมาก แต่อย่างเราคงไม่ได้เข้ามั้งห้องเย็น555 แต่ก็หวั่นๆกลัวคนอื่นติดเหมือนกัน เช่นเคยครับผมไปกับ Unithai กระทู้นี้ก็เป็นทู้ที่ 4 สำหรับการรีวิวที่ไปกับ Unithai

บินห้าทุ่มกับสายการบิน Eastar jet ถึงประมาณ 6.30 น.

เวลาที่เกาหลี (เร็วกว่าไทย 2 ชม.) ณ สนามบินกิมแฮ เมืองปูซาน

พอไปจริงสิ่งแรกที่ดีใจคือลงเครื่องมาเห็นป้ายบอกอากาศ 18 องศา แล้วอากาศไม่ร้อนจริงๆ

มีแดดเฉพาะกลางวัน ตกเย็นหนาว กลางคืนหนาวมากกกกกก รู้สึกดีอะ… ไม่ร้อนชัวส์555…….

ถึงแล้วสิ่งที่รอลุ้นอยู่ตั้งแต่ออกเดินทางคือ ตม. เกาหลี….แต่ไม่เห็นเป็นอย่างที่ข่าวออกเลยอะ ผ่านฉลุยเลยอะ 5 นาที

ไม่ต้องตอบคำถามเลยซักคำ….เอะหรีอว่าเป็นเพราะ ตม. ปูซาน ไม่โหดเหมือนโซล… แต่ก็เหอะ ราบรื่นก็ดีแล้ว เตรียมตัวเที่ยวววว

ไปดูวิวพาโนรามาของเมืองปูซาน โดยการขึ้นเคเบิลคาร์ ระยะทางกว่า 2000 เมตร ใช้เวลานั่งจากลานปล่อยตัวถึงยอดเขา ประมาน 10 นาที หนึ่งกระเช้าสามารถจุคนได้ 6-8 คน ขึ้นไปจะเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์รอบเมือง จะมีกล้องส่องทางไกลไว้บริการตามจุด ถ้าอยากดูวิวชัดๆผ่านกล้องต้องหยอด 500 วอน หากขึ้นไปแล้วใครยังไม่พร้อมจะขึ้นบันไดไปชมวิวบนยอดเขาก็มีมินิมาร์ท ขายน้ำ ของทานเล่น ไอติม คล้ายๆ7-11 บ้านเรา ร้านกาแฟให้นั้นพักกันก่อนมีแรงค่อยพาร่างกายไต่บันไดไปชมวิว ทางเดินขึ้นบันได ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ มีจุดแวะถ่ายรูปเป็นระยะๆ กว่าจะเดินมาถึงลานชมวิวตรงนี้ ต้องผ่านบันไดมาเกือบ 250 ขั้น นี่คือยังไม่สุดทางนะครับ ตรงนี้เรียกว่าเห็นวิวสวยประมาณ 88% ถ้าอยากจะเห็นความงามของทิวทัศน์เมืองปูซาน 100% ต้องขึ้นไปอีกประมาน ร้อยกว่าขั้น ไม่ไหวครับบบ เอาแค่นี้พอ แค่นี้ก็ถ่ายรูปไม่ทันแล้ว

 

 

หิวข้าวแล้ววว อาหารมื้อแรกของทริปนี้ หมูหมักซอส ส ส ชื่ออาจฟังดูธรรมดา แต่รสชาติอร่อยเหาะมากกก เสริฟพร้อมซุปมิโซะใส่หอย อะไรไม่รู้ แต่อร่อย พร้อมผักสดและเครื่องเคียงตามสไตล์เกาหลี ก่อนกลับแถมสลัดปลาทงยอง ลองชิมไปหนึ่งคำ เอ่ออ.. รสชาติแปลกๆ อะ คือรสจัดจ้านมาก แต่ปลาสดดีนะ ตัวเล็กๆเนื้อใสๆๆ สรุปพอ3คำ แยก 555 ไม่ไหวๆ กินให้พอไปโม้ต่อได้

กินเสร็จ ไปดูเรือเต่า หรือ โคบุ๊กซอน เป็นเรือรบของนายพลลีซุนชิน ภาพที่เห็นคือเรือจำลองจอดเทียบท่าอยู่4ลำ แสดงถึงวิวัฒนาการการก่อสร้างเรือของท่านนายพล ที่ทำให้ชนะการสงครามมาโดยตลอด

ใกล้ๆกับพิพิธภัณฑ์เรือเต่าคือตลาดปลาจุนกัง ถือเป็นสัญลักษณ์ของปูซาน เพราะปูซานเป็มเมืองของการทำประมง ในตลาดจะมีปลาและสัตว์น้ำแปลกๆ จำนวนมากก และราคาถูกกว่าที่อื่น ที่สำคัญของที่นี่ที่ต่างจากตลาดทั่วไปที่เคยเห็นมาคือ ตลาดนี้กลิ่นดีมากก ไม่เหม็นคาวเลย ไม่น่าเชื่อว่าเป็นตลาดปลา ตลาดของสดทั้งตลาด ถึงพ่อค้าแม่ค้าจะจัดการกับปลาตรงหน้าร้านทั้งหั่น สับ คว้านท้องมาล้าง แต่ก็สะอาดดมาก ทุกร้านจะฉีดน้ำกันตลอดเพื่อทำความสะอาดหน้าร้านของตนเอง แบบน่าเดินอ่ะ ในย่านตลาดปลาก็มีร้านอาหาร ขนม น้ำ ขายเรียงรายอยู่เต็มไปหมด เรียกว่าได้อิ่มท้องตลอดเส้นทาง

จากนั้นเดินทางไป”สวนสาธารณะลีซุนชิน” บรรยากาศร่มรื่น ลมเย็น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวปูซานเค้าแหละ มากันเป็นครอบครัว คู่รัก แก๊งเพื่อนมาครบหมดด ตอนแรกก็คิดว่าทำไมคนเยอะจัง ไม่ไปที่อื่นกันบ้างหรอวัยรุ่น?? หัวหน้าทัวร์เลยบอกว่าคนเกาหลีชอบเที่ยวธรรมชาติ มากกว่าเที่ยวห้าง (เรื่องเที่ยวธรรมชาตินี่ มีหลักฐานสนับสนุนอีกเพียบ ลองติดตามต่อไปนะะ)

มื้อเย็นวันนี้ กินแฮมุลทัง+ ปลาซาบะย่าง “แฮมุลทัง” เรียกภาษาบ้านเราคือ ซีฟู้ดโป๊ะแตก กินกับข้าวร้อนๆๆ อร่อยเข้ากัน น้ำซุปแซ่บมากกก เค้าว่ากันว่าเมืองนี้ปรุงอาหารแซบสุดในเกาหลีละ (แต่แซบไงก็ไม่เท่าของอิสานบ้านเฮาเด้อออ)

แอบดีใจที่จะได้เข้าที่พัก เพราะไม่ได้อาบน้ำมาทั้งคืน ไม่รู้กลิ่นตัวกับกิมจิ อันไหนเปรี้ยวกว่ากัน 555 คืนนี้นอนที่ โรงแรม The Mark Haeundae ใหม่สะอาด เห็นห้องพักก็คุ้มแล้วครับ กัวทัวร์ราคาดีๆแบบนี้….โรงแรมที่เกาหลีส่วนมากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ เครื่องซักผ้ายังมี ว่าจะซักซะหน่อยแต่กลัว ภาษาเกาหลีล้วน 555 เดี๋ยวงานเข้า

 

เข้าห้องได้แปปนึงมีอันต้องออกมาอีก เพราะเค้าบอกว่าเดินข้ามถนนหน้าโรงแรมนี้ไปก็เป็นทะเลแล้ว เลยออกมาดูส้ะหน่อย แต่นแต้นนน…. คนเยอะม้ากกก มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายไก่ทอด บาร์ มินิมาร์ท เต็มไปหม้ดดด มีแบบเอาอาหาร เครื่องดื่มมาปิกนิคริมทะเลก็เยอะะ ลูกเด็กเล็กแดงมานั่งเล่นขุดทรายเล่นกัน เอ่อะะ..คนเกาหลีชอบเที่ยวธรรมชาติจริงด้วยสามสี่ทุ่ม คนเต็มหาดดด ยิ่งดึกยิ่งคึก แต่ผมไม่ไหวแล้วว ต้องขอลาไปนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ….. ตะลุยปูซานนทั้งวันครับบบบบ

วันที่2
ตื่นมาพร้อมอาหารเช้าที่โรงแรม โรงแรมนี้คนเยอะ ห้องเต็มทุกห้องทั้งสองตึก อาจจะเป็นเพราะทำเลที่ใกล้ทะเลและมีร้านค้า บาร์ มินิมาร์ทเยอะ ราคาไม่แพงมาก สะอาด นอนสบาย … สำหรับห้องอาหารดูเล็กไปนิดนึง อาจจะเป็นเพราะช่วงที่เราไปกินเป็นช่วงprime time แปดเก้าโมง แต่สังเกตดูก็ไม่ได้มีคนยืนต่อคิวรอโต๊ะนะ ใครกินเสร็จก็ทยอยออก

ที่แรกของวันนี้คือ หมู่บ้านวัฒนธรรมคัมชอน ลักษณะเด่นสะดุดตาคือ หมู่บ้านบนเนินเขา เรียงตัวสลับไปมาเป็นหมื่นหลังคาเรือนบ้านทุกหลังมีสีสันสดใส ในอดีตหมู่บ้านนี้คือ “สลัม” ต่อมารัฐบาลเกาหลีได้ทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สลัมนี้น่าอยู่มากขึ้น ด้วยการให้อาร์ตทิสมาวาดภาพ ทาสี ตามตัวบ้าน กำแพง สุดท้ายทำให้สถานที่แห่งนี้เปลี่ยนเป็นสตูดิโอและแกลลอนี่เก๋ๆ เอาไว้ดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะทั้งขั้นบันได กระถางต้นไม้ บันไดทางลงห้องน้ำ ก็ยังใช้เป็นแกลลอรี่ของนักท่องเที่ยวได้หมดอ่ออ.. ไฮไลต์ของที่นี่มี2อย่างคือ รูปปั้นเจ้าชายน้อย จากนวนิยายชื่อดัง ที่สาวๆ ทั้งชาวเกาหลีและนักท่องเที่ยวต้องต่อคิดยาวเหยียดเพื่อถ่ายรูปคู่กับเจ้าชายน้อย และอีกอย่างคือ กระเบื้องโมเสสรูปปลาที่มีตามจุดใหญ่ๆทั่วหมู่บ้าน

สายๆ ไปชมทางเดินทะเลลอยฟ้าบริเวณชายหาดชองโด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่เป็นแลนมาร์คของหาดเลยทีเดียว ทางนี้สร้างจากหน้าผายื่นออกไปในทะเลยาวประมาณ 35 เมตร ลักษณะรูปตัวยู ทางเดินทำจากกระจกเคลือบด้วยสารกันกระสุนหนา 50 มิล ไปถึงทางเดินเจ้าหน้าที่จะให้ใส่ถุงเท้ากันลื่น แบบสวมทับรองเท้าไปเลย เสร็จก็ค่อยๆทยอยเดินไปบนทางเดินกระจกนิรภัยที่สามารถมองทะลุผ่านเห็นน้ำทะเลได้ชัดแจ๋ว เหมือนเราเหยียบบนน้ำทะเล เดินกินลมชมวิว(ลมเย็นมาก สดชื่น แดดเปรี้ยงอยู่เวลานี้ แต่ลมเย็นชีวิตก็ดีได้นะ) เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของปูซาน

ถัดจากสะพานเดินทะเลเป็นหมู่เกาะออยุคโด ภาษาไทยคือ หมู่เกาะที่เรียงตัวกัน 5-6 เกาะ ที่เรียกว่า 5-6 เกาะ คือ หากมองจากแผ่นดินใหญ่บางครั้งจะมองเห็น 5 เกาะบ้าง 6 เกาะบ้าง ชาวเกาหลีเวลาจะนัดเจอกัน เค้าจะบอกว่าเจอตรงจุดที่มองเห็น 5 เกาะ หรือ 6 เกาะ เป็นอันเข้าใจไม่หลง

บ่ายวันนี้ ไปดูสถานที่จัดประชุมสุดยอดผู้นำโลกที่เป็นประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ ก็คือ APEC House ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพในการประชุมตั้งแต่ปี 2005 เป็นสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ผสมกับสถาปัตแบบดั้งเดิมของเกาหลี เข้าไปด้านในทุกอย่างยังคงสภาพเหมือนเดิม โต๊ะเก้าอี้ป้ายชื่อประเทศที่ท่านผู้นำของประเทศสมาชิกนั่ง ห้องรับรอง อาหารการกิน ของที่ระลึกต่างๆ ที่มอบให้ผู้นำในวันนั้น ยังจัดแสดงโชว์ในนี้ จุดขายของเอเปคเฮ้าส์อีกที่นึงคือ ระเบียงของอาคารที่มองเห็นสะพานข้ามทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี

ต่อไปจะพาไปนมัสการพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแฮดง ยงกุงซา เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวปูซาน วัดนี้สร้างบนโขดหินติดทะเลเข้าไปด่านแรกเจอรูปปั้นหินตามปีเกิด ผมเกิดปีมะเส็ง … ถ่ายได้ทุกท่า เว้นอย่างเดียว!!! อย่าพิงรูปปั้น มิเช่นนั้นชีวิตจะเหนื่อยหนักต้องหาที่พักพิงตลอดๆ ที่ชอบคือ ปกติวัดต่างๆ เราจะเดินขึ้นๆๆ ไปเรื่อยๆ ถึงจะเห็นอุโบสถหรือสิ่งที่สวยงามที่สุดในวัดใช่ม้ะ แต่วัดนี้ใช้วิธีเดินลงๆๆยิ่งลงมากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นความสวยงามและความคึกคักของชาวปูซานและนักท่องเที่ยวที่พากันมาเที่ยวที่วัดแห่งนี้

 

ที่สุดท้ายของวันนี้ โบสถ์คริสต์จุกซอง อยู่ริมทะเล หน้าโบสถ์ถูกจัดให้เป็นที่สำหรับถ่ายภาพเท่านั้น ไม่เปิดให้เข้าไปภายในโบสถ์
ปล. อากาศเย็นมากกกหน้าโบสถ์ ตอนนั้นประมาณ4โมงเย็นเอง

อาหารเย็นวันนี้ ปิ้งย่างเกาหลี (คาลบิ) ร้านดังที่สุดในปูซาน คนเต็มร้านเลยย เนื้อหมูหมักเครื่องปรุงรสเจ้มจ้ม นำไปย่างบนแผ่นโลหะ ใกล้สุกใช้กรรไกรตัดเป็นชิ้นพอดีคำกินแกล้งกับผัก กระเทียม พริกเกาหลี น้ำซุป และโซจู 5555 มื้อนี้คิดเอาเองว่าไม่อยากกินอะไรที่เป็นน้ำๆเยอะ ทั้งน้ำซุป น้ำดื่ม แม้กระทั่งโซจูเพราะความหินหลังจากมื้อนี้ คือ ต้องนั่งรถจากปูซานไปโซล สนนเวลา 6 ชม. พอดี ออกจากร้านประมาณสองทุ่มครึ่งถึง โรงแรม Lucebridge ตีสองครึ่ง งานนี้ยกคุณความดีให้กับ”ขี้สนิม”(5555 ขี้สนิมม ม ?? หรอ ? เกี่ยวไร ,,,,,,,.ล้อเล่นนๆๆ คนขับรถที่เกาหลีเค้าเรียกว่า “คีซานิม”
คนไทยขี้เล่นไง เลยเรียกว่า ขี้สนิม …เพราะขี้สนิม พาเราไปถึง รร.ได้อย่างปลอดภัย นอนหลับสบายบนรถ แวะห้องน้ำ 3 รอบกว่า ขนาดกินน้ำน้อยละนะ …. อีกอย่างง ห้องน้ำที่เกาหลีสะอาดมากแบบห้องน้ำสาธารณะ อารมณ์เหมือนห้องน้ำในจุดพักรถบ้านเราอะ แต่ที่นี่สะอาด หอมมากก แล้วพื้นแห้งสนิท เลิฟมากกทอยเล่ท

ถึงซะที555 รร.ของเรา สะอาด ใหม่ ไฮเทค มาก ที่ฉีดก้นแบบญี่ปุ่นอะ….คือเห็นห้องพ้กแล้วหายเหนื่อยเลย

ฮาโหล้ล้ล้ กรุงโซล  หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการนั่งรถมาครึ่งค่อนคืน ถึงกรุงโซลตอนตีสาม โรงแรมลูเซ่ ดีมากก ให้คะแนนเท่ากันกับ

โรงแรมเดอะมาร์คที่ปูซานเลย ห้องสะอาด อาหารเช้าอร่อยแต่ไม่ค่อยหลากหลาย เอ๊ะ หรือเพราะตื่นสาย แหะๆๆ เช้ามากินข้าวเสร็จพาเดินย่อยฮงแดช้อปปิ้งสตรีท ศูนย์รวมเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสวยหน้าใส เสื้อผ้า แอสเซสเซอรี่มากมายหลายแบรนด์ยอดนิยม

มื้อกลางวันวันนี้คือ จิมดัก ไก่อบซีอิ้ว ประกอบด้วยไก่ชิ้นแน่นๆ วุ้นเส้นเกาหลีเส้นใหญ่ๆ คลุกเคล้ากับซอส เข้ากันดี

บ่ายนี้ตะลุย Lotte world ที่แรกคือ Lotte Seoul sky ตึกที่สูงที่สุดในเกาหลีและสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก มีทั้งหมด123 ชั้น นี่เค้าเพิ่งจะเปิดให้เข้าชมเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมานะะ  โชคดีมากก ได้ขึ้นด้วย เหลาถึงคุณงามความอลังการของตึกนี้ต่อ Seoul Sky จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมวิวได้ตั้งแต่ชั้น 118-123 แล้วมาดูที่ลิฟต์ เป็นลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลกก ย้ำ!! ในโลกกกก ที่มีความเร็วถึง 600 เมตร ต่อวินาที ภายในลิฟต์ไม่ใช่จะเป็นกระจกใสๆ เฉยๆ นะ แต่จะมีภาพ LCD วิวกรุงโซลพร้อมเสียง surround รอบทิศทาง และภายในตึก123 มีอะไรบ้างน่ะหรออ ?? ภายในของ Seoul Sky นั้นเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมทุกสิ่งอย่างทั้งที่อยู่อาศัย, โรงแรม, สำนักงาน , ห้องสัมมนา อีกทั้งเป็นศูนย์การค้า แหล่งชอปปิ้งแบบครบครันและทันสมัยสุดๆ เช่น แหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่น แบรนด์เนม Lotte Duty Free และความบันเทิงอีกมากมาย

ยังไม่หมดแค่นี้สำหรับ Lotte World ที่ต่อไปที่จะไปกัน คือ สวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ มีทั้งสวนสนุกในร่มและกลางแจ้ง มีทั้งร้านขายอาหารเครื่องดื่ม ร้านช้อปปิ้ง เวทีการแสดง ลานสเก็ตน้ำแข็ง การแสดงขบวนพาเหรด เดินออกมาข้างนอกพบกับปราสาทใหญ่โต หลังปราสาทคือเครื่องเล่นสุดโหด นั่นคือ รถไฟเหาะตีลังกา swing tree Gyro swing บ้านผีสิง ไวกิ้ง  ฯลฯ และ Gyro Drop คือ เครื่องเล่นที่คนต่อคิวยาวที่สุด เล่นได้ระยะเวลาสั้นที่สุด หวาดเสียวที่สุด ใน Lotte World เหมือนพาขึ้นไปบนท้องฟ้ากำลังชมความสวยงาม และโดนพลักตกลงมาอย่างแรง เสียงกรี้ดลั่นระงมทั้งสวนสนุกก็มาจากเครื่องเล่นนี้

พักอาการคลื่นเหียนจวนอาเจียนจากสวนสนุก …. มาต่อที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใต้ทะเลใน Aquarium Lotte World สัตว์น้ำนานาชนิด ที่หาดูได้ยาก ส่วนตัวคิดว่า Sea Life Bangkok Ocean World ที่พารากอนเรา สัตว์เยอะกว่า แล้วเป็นสัดสวนน่าเดินกว่า แต่ที่นี่แบบอลังการไงในที่เดียวมีทั้งตึกโซลสกาย123 ชั้น ทั้งสวนสนุก ทั้งอควาเรี่ยมใหญ่จิงอะ รวยเว่อร์55

เสร็จภารกิจในLotte ไปกินข้าว อ้าวๆๆๆ ยังๆ ยังไม่ไป เรากินข้าวในร้านอาหารในสวนสนุกนั่นแหละๆ บิบิมบับ อาหารราชวงศ์เกาหลี กินกับซุปเต้าเจี้ยว และออเดิร์ฟผักชุปแป้งทอด

ก่อนจะนอน จะไปเดินสวนหย่อมลอยฟ้าSeoullo กลางกรุงโซล อากาศดีเชีย นี่ขนาดหน้าร้อนนะ ไม่อยากนึกหน้าหนาวจะฟินขนาดไหน ระหว่างเดินไปเรื่อยๆสังเกตว่า ทางเดิน ต้นไม้ ที่นั่งพัก จุดถ่ายภาพลอยฟ้า ยังใหม่เอี่ยมอยู่เลย นั่นก็เพราะเค้าเพิ่งให้เข้าชมเมื่อเดือนที่แล้วเอ้งงง แต่ถึงแม้จะเพิ่งเปิด ก็ได้รับความนิยมจากคนเกาหลีมากนะ เพราะคนเยอะมาก ยิ่งดึกยิ่งเยอะ อย่างที่บอกคนเกาหลีชอบเที่ยวตามธรรมชาติจริมๆๆ

ตื่นมา กินอาหารเช้าที่ รร. ครึ่งวันเช้า ไปที่ศูนย์โสมแดง ที่รัฐบาลเกาหลีการันตีคุณภาพว่าดีที่สุด และราคาถูกด้วย ภายในจะให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ การกินโสมจะช่วยรัษาสุขภาพยังไง และการจับจ่ายซื้อขายกัน (ถ่ายรูปไม่ได้ครับในนี้)
ต่อจากนั้นไปที่ midam cosmetics ศูนย์การค้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ make up และ สกินแคร์ หลายหลายแบรนด์ ตอนแรกพนักงานงานขายก็สาธิตวิธีการใช้นู่นนี่ เยอะมากหลายตัว ….. ทาตัวนี้นะคะ โอเคนะคะ นิ่มเลยใช่มั้ยคะ อ่ะ เช็ดๆๆ ออกค่ะ แล้วลองตัวนี้ต่อ โอเคนะคะ แบบนี้ไปเรื่อยๆ …. ได้ลองเยอะมากก จำแทบไม่ได้ แต่ของเด็กดวงที่นี่คือ ครีมน้ำแตก มันแตกจริง ฉ่ำออกมาเลย แล้วเค้าก็ปล่อยให้เราเลือกซื้อตามใจ ก็ได้มาเกือบเต็มตะกร้าเหมือนกันครับ ของฝากๆๆ   กลางวัน กินอาหารจีน มื้อแรกมื้อเดียวในเกาหลี ก่อนกลับ รสชาติจืดๆ นิดหน่อย แต่อร่อยครับ ตามรูปเลย

เมียงดง เมียงดงๆๆๆๆๆ ดงแฟชั่นเกาหลี เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า …ดีใจที่ได้ไปเมียงดง แต่เสียใจที่มาเร็วไป ร้านอาหารยังไม่ตั้งเลย บางร้านกำลังทยอยๆมา อุตส่าห์จะมาหาไรกินไป ซื้อของไปส้ะหน่อย ระหว่างเดินดูไรไปเรื่อยๆ ฝนตกครับ แต่ไม่เป็นไรพอเดินได้ เพราะเวลาน้อยใช้สอยประหยัด จริงๆแล้วตั้งใจจะไปกินมากกว่า เลยเดินถ่วงเวลารอร้านค้าตั้ง สุดท้ายก็ได้กินครับ ถึงจะได้กินไม่กี่อย่าง แต่ก็สบายใจหายอยาก

เสร็จจากเมียงดง ต้องลาแล้วครับ สถานีต่อไป สนามบินอินชอน เตรียมขึ้นเครื่อง เครื่องออก สามทุ่มกว่า (เวลาไทยคือ 1ทุ่ม)ถึง ตี1 ฮะ เมื่อยๆไป

เฮ้อ หมดละเวลาสนุก สี่วัน เต็มอิ่มมาก กิน เที่ยว นอน เกาหลีหน้าร้อนก็เที่ยวได้ การันตีครับ แล้วยิ่งเส้นทางนี้ ปูซาน โซล โดยเฉพาะปูซาน มีอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปอีกหลายที่ เรียกว่าเส้นทางใหม่จริงๆ …..โดยรวมทริปนี้ คุ้มมากครับ และท้าทายตรงที่ มาเที่ยวเกาหลีหน้าร้อนไม่ได้แย่อย่างที่คิด ออกจะประทับใจด้วยซ้ำ ใครลังเลเที่ยวเกาหลีหน้าร้อนลองไปดูครับ รับรองไม่แพ้หน้าหนาว แถมราคาถูกมากกกกกกกกก

 

 

 

 

Posted in รีวิวทริป Tagged with: , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*