ทัวร์ ในประเทศ


นครปฐม วัดท่าไม้ วัดสามพราน วัดศีรษะทอง วัดไร่ขิง ตลาดน้ำดอนหวาย เที่ยวภาคกลาง บูชาพระราหู ไหว้พระ 4 วัด
รหัสโปรแกรม : 20794
สำคัญ!! กรุณาแจ้ง..รหัสโปรแกรม..ทุกครั้งที่สอบถาม

ทัวร์ในประเทศ นครปฐม วัดท่าไม้ วัดสามพราน วัดศีรษะทอง วัดไร่ขิง ตลาดน้ำดอนหวาย by รถตู้ปรับอากาศ
ทริปเส้นทางเมืองรอง บูชาพระราหู กรุงเทพฯ - นครปฐม

เที่ยวภาคกลาง บูชาพระราหู ไหว้พระ 4 วัด

Day 1 :
07.00น. คณะพร้อมกัน ณ ลานจอดรถห้าง CDC (ฝั่งหลังแมคแวลู) พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทฯอำนวยความสะดวกบริการอาหารเช้าแบบกล่อง (Snack Box) (1)
07.30น. คณะออกเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ วีไอพี มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม โดยมีมัคคุเทศก์บรรยายให้ความรู้ ในระหว่างการเดินทางพร้อมบริการน้ำดื่มบนรถ
09.00น. นำท่านเดินทางสู่ วัดท่าไม้ แต่เดิมวัดท่าไม้ เป็นสำนักสงฆ์ที่ชื่อว่า โพธิ์ธรรมรังษี ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยพระภิกษุยอด อุปติสฺโส จากวัดหนองพันท้าว จังหวัดกาญจนบุรี ท่านได้มาตั้งสถานปฏิบัติธรรม ซึ่งมีประชาชนศรัทธา ให้ความเคารพเลื่อมใสเป็นอย่างมาก และได้สร้างเป็นวัดในเวลาต่อมา เมื่อ ท่านพระครูธรรมรัตน์ เจ้าคณะตำบลท่าไม้ ได้เห็นว่าวัดทรุดโทรม จึงได้ตั้งพระประสิทธิ์ กิตฺติภทฺโท จากวัดนางสาว ไปเป็นผู้ดูแลในปี พ.ศ. 2527 และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดท่าไม้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 โดยผู้คนที่เดินทางไปวัดท่าไม้ มักจะนิยมเข้ามาเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ ราหู เจ้าแม่กวนอิม พระพิฆเนศ พระอินทร์ พระพรม เจ้าแม่ตะเคียน และที่นิยมเป็นอย่างมาก คือ วัดแห่งนี้ยังมีการประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ดูดวง แก้กรรม ต่อบุญ เสริมดวงชะตา หรือแก้ปีชง แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด จนทำให้ผู้คนหลั่งไหลมายังวัดนี้ คือเรื่องดวง
10.30น. จากนั้นนำท่านเดินทางสู่วัดสามพราน วัดสามพรานโดดเด่นที่ตึกสีชมพูสูง 17 ชั้น มีมังกรตะกายฟ้าโอบรอบ ซึ่งเราสามารถขอพรให้ชีวิตรุ่งเรืองในด้านต่างๆ ตามแต่ละเล็บของมังกรได้ และที่ถือเป็นไฮไลท์คือการเดินขึ้นไปบนยอดตึก เพราะเราต้องเดินภายในท้องพญามังกรขึ้นไป โดยท้องมังกรจะเป็นอุโมงค์ทางลาด โดยอุโมงค์ภายในตัวพญามังกร จะมีระยะทางประมาณ 300 เมตร ให้ตั้งจิตอธิษฐานตลอดการเดินขึ้นไปค่ะ แต่ทางเดินมังกรนี้เปิดเฉพาะวันพระ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น ชั้นบนสุด ให้เรานำผ้าแดงที่เขียนชื่อเรา และครอบครัว อธิษฐานขอพรและนำมาผูกไว้ตรงระเบียง เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะมากมาย ออกแบบตกแต่งแต่ละอย่างวิจิตรสวยงาม ทั้ง หลวงพ่อพุทโธภาวนา เป็นพระพุทธรูปปางประธานพรให้โชคลาภ เป็นพระประธานองค์ใหญ่ที่สุด ที่ประดิษฐานอยู่ใกล้กับตึกมังกร ประติมากรรมพญาช้างเผือก เป็นประติมากรรมประจำวัดสามพราน ที่เราสามารถไปลอดท้องช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคลได้ ตามตำนานเล่าถึงความสำคัญว่า เป็นช้างเผือกที่มาสิงหลวงพ่อเมื่อครั้งออกธุดงค์ฯ นั่นเอง
12.00น. นำท่านรับประทานอาหารกลางวัน (2)ณ ร้านข้าวหมูแดง 'ตั้งฮะเส็ง' ข้าวหมูแดงเชลล์ชวนชิม สืบทอดมายาวนานกว่า 70 ปี ร้านดังอีกร้านของจังหวัดนครปฐม
13.30น. นำท่านเดินทางสู่ วัดศีรษะทอง วัดศีรษะทอง สร้างจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวลาว ในตอนที่มีการขุดดินสำหรับสร้างวัดนั้น ก็ได้เจอกับเศียรพระทองจมอยู่ในดิน เลยได้ตั้งชื่อวัดนี้ว่า วัดหัวทอง แต่ต่อมาได้มีการขุดคลองเจดีย์บูชา แยกจากแม่น้ำนครชัยศรี เพื่อไปยังองค์พระปฐมเจดีย์ สะดวกแก่การเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์มากกว่า และคลองนี้ผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของวัดหัวทองและหมู่บ้าน ชาวบ้านเลยย้ายมาอยู่ใกล้คลองเพราะสะดวกในเรื่องของการเดินทาง วัดนี้เลยย้ายมาอยู่ใกล้คลองเจดีย์บูชาและเปลี่ยนชื่อเป็น วัดศีรษะทอง วัดนี้ ได้มีการพัฒนาและมีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในสมัยของ หลวงพ่อน้อย นาวารัตน์ อดีตเจ้าอาวาส ท่านเป็นที่รู้จักเพราะเป็นคนริเริ่มสร้าง พระราหูอมจันทร์จากกะลาตาเดียว เป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และสร้างชื่อเสียงให้ วัดศีรษะทอง เป็นที่รู้จักมาจนถึงทุกวันนี้ ในส่วนของตำนานพระราหูนั้น เล่ากันว่า พระราหูนั้นคล้ายยักษ์ดุร้าย มีฤทธิ์มาก ผิวดำเหมือนิล สถิตอยู่ในอากาศล้อมด้วยม่านสีดำ มีร่างกายแค่ครึ่งเดียวเพราะจักรของพระนารายณ์ เหตุก็เพราะว่า ในระหว่างที่กำลังขโมยดื่มน้ำอมฤตอยู่นั้น
พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้มาเห็นเข้าเลยไปบอกพระนารายณ์ เป็นเหตุให้พระนารายณ์โกรธและขว้างจักรไปบั่นกายพระราหูทำให้ขาดครึ่ง แต่พระราหูนั้นไม่เป็นไร เพราะได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไป ครึ่งตัวเลยเป็นอมตะจากนั้นพระราหูโกรธแค้นพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่นำเรื่องไปบอกพระนารายณ์ เลยคอยเฝ้าจับพระอาทิตย์ และพระจันทร์กินอยู่เสมอ หรือที่เราเรียกว่า สุริยคราส และจันทรคราส พระราหูเลยเปรียบเหมือนความอมตะเพราะไม่มีวันตายนั่นเอง โดยภายในวัดจะมี พระราหู ขนาดใหญ่ ไว้ให้เราสักการะบูชา และเชื่อกันว่า หากใครที่ได้ไหว้พระราหูที่นี่แล้วจะช่วยปัดเป่าเรื่องร้ายๆ ให้กลายเป็นสิ่งที่ดี จะเกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีโชคลาภ และเจริญก้าวหน้า ร่ำรวยเงินทอง นอกจากนั้นยังมีอุโบสถที่ตกแต่งด้วยลวดลายประณีตและงดงามซึ่งหาชมยากมากอีกด้วย
15.00น. นำท่านเดินทางสู่วัดไร่ขิง วัดไร่ขิงสร้างในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 สร้างโดย 'สมเด็จพระพุทธฒาจารย์ (พุก)' เจ้าอาวาสวัดศาลาปูน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้เป็นอธิบดีสงฆ์ 4 หัวเมือง แต่เดิมเป็นวัดราชตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครไชยศรีตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พื้นที่แต่ก่อนเป็นไร่ขิงของชาวจีน เมื่อวัดเกิดขึ้นจึงเรียกชื่อวัดตามกลุ่มชุมชนว่า'วัดไร่ขิง' จนกระทั่งในราวปีพุทธศักราช 2456 สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจเยี่ยมวัดในเขตอำเภอสามพราน จึ้งได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า'วัดคงคาราม' แต่คนทั่วไปยังคงนิยมเรียกกันว่าวัดไร่ขิงแม้ปัจจุบันจะตั้งชื่อใหม่ว่า'วัดมงคลจินดาราม”คนยังเรียกวัดไร่ขิงเหมือนเดิม วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีนหรือเรียกอีกชื่อว่าแม่น้ำนครชัยศรี ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมสังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย มีหลวงพ่อวัดไร่ขิงซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธาน ที่ชาวนครปฐมเคารพนับถือ ระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำ เดือน 5 และช่วงเทศการตรุษจีนทุกปีจะมีงานเทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิงประจำปี ซึ่งเป็นงานใหญ่ของชาวนครปฐม เดิมเป็นวัดราษฏร์ ต่อมาจึงยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 พระประธานเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้วเศษ สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ พุทธลักษณะเป็นสมัยเชียงแสน สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้านช้าง ตามตำนาน เล่าว่าลอยน้ำมา และอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนนำมาประดิษฐานอยู่บนฐานอยู่บนฐานชุกชี 5 ชั้น เบื้องหน้าผ้าทิพย์ปูทอดลงมาองค์หลวงพ่อวัดไร่ขิงประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ภายในอุโบสถ หันพระพักตร์ไปทางทิศอุดร (ทิศเหนือ) ซึ่งหน้าวัดมีแม่น้ำนครชัยศรีหรือแม่น้ำท่าจีนไหลผ่าน จากหนังสือประวัติของวัดไร่ขิงได้กล่าวไว้ว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ได้อัญเชิญมาจากวัดศาลาปูน โดยนำล่องมาทางน้ำด้วยการทำแพไม้ไผ่หรือที่เรียกกันว่าแพลูกบวบรองรับองค์พระปฏิมากรณ์ เมื่อถึงหน้าวัดไร่ขิงจึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ภายในอุโบสถ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งเป็นวันสงกรานต์พอดีจึงมีประชาชนจำนวนมากมาชุมนุมกัน ในขณะที่อัญเชิญองค์หลวงพ่อขึ้นจากแพ สู่ปะรำพิธีได้เกิดอัศจรรย์แสงแดดที่แผดจ้ากลับพลันหายไป ความร้อนระอุในวันสงกรานต์ก็บังเกิดมีเมฆดำมืดทะมึน ลมปั่นป่วน ฟ้าคะนอง และบันดาลให้มีฝนโปรยลงมาทำให้เกิดความเย็นฉ่ำและเกิดความปิติ ยินดีกันโดยทั่วหน้า ประชาชนที่มาต่างก็พากันตั้งจิตรอธิษฐานเป็นหนึ่งเดียวกันว่า “หลวงพ่อจะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ดับความร้อนร้ายคลายความทุกข์ให้หมดไป ดุจสายฝนที่เมทนีดลให้ชุ่มฉ่ำ เจริญงอกงามด้วยธัญญาหาร
16.30น. นำท่านเดินทางสู่ตลาดน้ำดอนหวาย ตลาดน้ำชื่อดังที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ เพราะ ‘ตลาดดอนหวาย’ มีอาหารคาวหวาน หลากหลายชนิดให้ตื่นตาตื่นใจคนชอบชิม แถมรสชาติยังอร่อยทุกร้าน และเป็นอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมอีกด้วย เช่น เป็ดพะโล้ ต้มเค็มปลาทู ต้มเค็มปลาตะเพียน ขนมจีนน้ำยากะทิ น้ำยาป่า ห่อหมกปลาช่อน ทอดมันปลากรายแท้ และขนมไทยโบราณ เรียกว่าเป็นสวรรค์ของนักกินโดยแท้ ยังมีผักและผลไม้ที่ส่งตรงมาจากสวนชาวบ้านให้เลือกซื้อกันอีก บรรยากาศก็โดนใจกับกลิ่นอายย้อนยุค ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่ตามแพและเรือนริมน้ำ
17.30น. นำท่านเดินทางกลับกรุงเทพฯ
19.00น. คณะเดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิ์ภาพ และประทับใจมิรู้ลืม

ส่ง Email ให้เพื่อน

ทัวร์ในประเทศ นครปฐม อื่นๆ

แพ็คเกจ ทัวร์ หรือโรงแรมในประเทศ ราคาใกล้เคียงกัน