Posted on

Morocco โมรอคโค ดินแดนมนต์ขลังแห่งแอฟริกาเหนือ

Morocco โมรอคโค ประเทศที่รวมทั้งความสวย ความแปลกใหม่ และความลึกลับไว้ในที่เดียว ตั้งแต่เมืองสีฟ้าเชฟชาอูน ไปจนถึงทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดอย่างซาฮาร่า นี่คือเส้นทาง Exotic ที่ควรไปสักครั้งในชีวิต

คาซาบลังก้า (Casablanca)

เริ่มต้นการเดินทางที่ คาซาบลังก้า (Casablanca) เมืองท่าหลักและเมืองใหญ่ที่สุดของโมร็อกโก ชื่อของเมืองมีความหมายในภาษาสเปนว่า “บ้านสีขาว” ที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของอาคารสีขาวสะอาดตาซึ่งรายเรียงอยู่ทั่วเมือง ปัจจุบันคาซาบลังก้าเป็นหัวใจทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความทันสมัยที่กลมกลืนกับกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบอาหรับ–ยุโรปได้อย่างลงตัว

เมืองราบัต (Rabat)

เดินทางต่อสู่ เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมร็อกโกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 เมืองสีขาวแสนสงบที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ หลังจากประเทศหลุดพ้นจากการปกครองของฝรั่งเศส ที่นี่คือที่ตั้งของพระราชวังหลวงและทำเนียบทูตานุทูตจากทั่วโลก

แวะชม หอคอยฮัสซัน (Hassan Tower) สัญลักษณ์แห่งราบัต สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1191 โดยกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 ตั้งใจให้เป็นสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลก แต่การก่อสร้างต้องหยุดลงหลังจากกษัตริย์สิ้นพระชนม์ ปัจจุบันหอคอยสูง 44 เมตร ยังคงยืนเด่นกลางลานกว้างเคียงคู่กับ สุเหร่าหลวงและพระราชวังหลวง ที่กษัตริย์โมร็อกโกจะเสด็จมาประกอบศาสนกิจทุกวันศุกร์

ถัดมาเยือน สุสานกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ภายในตกแต่งอย่างงดงามด้วยลวดลายโมเสกแบบโมร็อกโก มีทหารยามประจำการอยู่ทุกประตู และเปิดให้ผู้คนทุกศาสนาเข้ามาเคารพได้อย่างสงบ ด้านหน้าสุสานคือพื้นที่ของสุเหร่าฮัสซันที่เหลือไว้เพียงเสา 365 ต้นบนพื้นที่กว้างใหญ่ สะท้อนความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมในอดีต

ก่อนออกจากเมือง แวะถ่ายภาพที่ ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress) ป้อมปราการโบราณริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงหินขนาดใหญ่และบ้านเรือนทาสีขาว–ฟ้าอ่อน สะอาดตาและอบอุ่นราวเมืองในฝัน กลิ่นอายคล้ายซานโตรินีของกรีซแต่แฝงความขลังแบบอาหรับ ด้านในยังมีสวนสไตล์สเปนและตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของชีวิตท้องถิ่น

เชฟชาอูน (Chefchaouen)

ออกเดินทางต่อสู่เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “มนต์เสน่ห์แห่งโมร็อกโก” นั่นคือ เชฟชาอูน (Chefchaouen) เมืองเล็กๆ ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain) ที่มีอายุยาวนานกว่า 500 ปี เคยอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนมาก่อน จึงมีอิทธิพลด้านภาษาและวัฒนธรรมสเปนผสมผสานอยู่ในทุกมุมเมือง

เมืองทั้งเมืองถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีฟ้าและขาว ไล่ตั้งแต่ผนังบ้าน บันได ไปจนถึงตรอกซอกซอย สะท้อนแสงแดดยามเช้าให้กลายเป็นภาพอันแสนละมุนราวกับความฝัน สถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโกผสมซุ้มประตูโค้งและพื้นกระเบื้องโมเสก ทำให้ทุกมุมเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายภาพเก็บความทรงจำไว้ในหัวใจ

เมืองเฟซ (Fes)

ปิดท้ายการเดินทางด้วย เมืองเฟซ (Fes) เมืองหลวงเก่าแห่งศตวรรษที่ 8 และศูนย์กลางแห่งประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของโมร็อกโก ระหว่างทางผ่านเทือกเขาแอตลาส (Atlas Mountains) ธรรมชาติสองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนจากภูเขาแห้งแล้งสู่ป่าไม้เขียวขจี มอบความงดงามตลอดเส้นทาง เฟซยังเป็นแหล่งรวมศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมและตลาดเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ พร้อมให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศของโมร็อกโกแท้ในทุกย่างก้าว

ก้าวเข้าสู่เสน่ห์แห่งอดีตในเมือง เฟซ (Fès) เมืองหลวงเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังของวัฒนธรรมอาหรับและมัวร์ ผ่านประตู Bab Bou Jeloud ที่ประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีฟ้าอันวิจิตรตั้งแต่ปี 1913 ประตูแห่งนี้จะพาคุณก้าวเข้าสู่ เมดินา (Medina of Fès) เขาวงกตแห่งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอดีตกว่าพันปี

ภายในเมืองเก่าแบ่งออกเป็นกว่า 10,000 ซอย แคบเพียง 50 ซม. บางช่วงกว้างสุดไม่เกิน 3 เมตร เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของตลาดพื้นเมือง — ย่านเครื่องใช้ทองเหลือง ทองแดง พรมสีสันสด งานไม้แกะสลัก และย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจากอบเชย ยี่หร่า และกานพลู

แวะชม เมเดอร์ซา บูอิเนีย (Medersa Bou Inania) โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอายุกว่าศตวรรษ สถาปัตยกรรมแบบมัวร์งดงามราวงานศิลป์ จากนั้นเดินชม น้ำพุเนจญาริน (Nejjarine Fountain) ที่ชาวมุสลิมใช้ล้างมือก่อนเข้ามัสยิด ช่วงทางเดินแคบๆ ยังอาจเห็นชายชรานั่งแกะสลักไม้ หรือหญิงในชุดคลุมทั้งร่าง เผยเพียงดวงตาคมงาม เป็นภาพชีวิตที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันลึกลับของเฟซ

อย่าพลาดชม สุสานมูเลย์ อิดริสที่ 2 (Moulay Idriss Mausoleum II) สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวโมร็อกโก และ สุเหร่าไคเราวีน (Kairaouine Mosque) มหาวิทยาลัยสอนศาสนาเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (เปิดเฉพาะผู้ศรัทธาในศาสนาอิสลาม) ก่อนปิดท้ายด้วยการชม บ่อฟอกหนังโบราณ ที่ยังคงใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิม ได้รับการอนุรักษ์โดยองค์การยูเนสโก — กลิ่น สี และชีวิตในเมืองเก่านี้จะตรึงใจคุณไม่รู้ลืม

โวลูบิลิส (Volubilis)

ออกเดินทางสู่เมืองโบราณ โวลูบิลิส (Volubilis) อดีตนครแห่งจักรวรรดิโรมัน ที่เหลือเพียงซากเสาหินและซากกำแพงอันยิ่งใหญ่ หลังเหตุแผ่นดินไหวในปี ค.ศ. 1755 แม้กาลเวลาจะผ่านไปกว่า 2,000 ปี แต่ร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองยังคงสะกดสายตา โวลูบิลิสได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1997

แมกเนส (Meknes)

เมืองมรดกโลกอีกแห่งที่ได้รับการยกย่องในปี 1996 เคยเป็นเมืองหลวงในสมัยสุลต่านมูเลย์ อิสมาอิล กษัตริย์ผู้ทรงอำนาจแห่งราชวงศ์อะลาวี เมืองนี้งดงามด้วยกำแพงเมืองยาวกว่า 40 กม. และประตูเมืองใหญ่ถึง 7 ประตู โดยเฉพาะ Bab Mansour ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด ประดับด้วยกระเบื้องโมเสกสีเขียวบนผนังสีแสดอันโดดเด่น

อิเฟรน (Ifrane)

เมืองพักตากอากาศกลางเทือกเขาแอตลาสเหนือ สูงกว่า 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า “เจนีวาแห่งโมร็อกโก” เพราะความสะอาดและความงามของบ้านหลังคาแดง ทะเลสาบ และดอกไม้ที่ผลิบานตลอดปี

เมอร์ซูก้า (Merzouga)

ทะเลทรายซาฮาร่า – ลมหายใจแห่งแอฟริกา เดินทางผ่านเมืองมิเดลต์และเออร์ฟูด์ สู่ เมอร์ซูก้า (Merzouga) ประตูสู่ทะเลทรายซาฮาร่า นั่งรถ 4WD ลัดเลาะเนินทรายสีทอง ชมทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของทะเลทรายร้อนที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าแต้มดาวนับพันในยามค่ำคืนคือช่วงเวลาที่โรแมนติกและน่าจดจำที่สุดในชีวิต

เมือง วอซาเซท (Ouarzazate)

เมืองแห่งภาพยนตร์กลางทะเลทราย เคยเป็นฐานทัพของฝรั่งเศสในปี 1928 ก่อนกลายเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก เยือน Kasbah Taourirt ป้อมเก่าแห่งตระกูลกลาวี และ Ait Benhaddou ป้อมหินทรายงดงามที่ถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ดังอย่าง Gladiator และ Lawrence of Arabia ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของยูเนสโก

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ shutterstock_790540129-1024x684.jpg

เมือง มาราเกช (Marrakesh)

เมืองสีชมพูแห่งชีวิตและศิลปะ ตั้งอยู่เชิงเทือกเขาแอตลาส ได้รับสมญานามว่า “The Pink City” จากสีอาคารที่ทาโทนชมพูอมส้มทั้งเมือง เยือน พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) อันงดงามวิจิตร จากนั้นเดินเล่นใน จัตุรัส Djemaa El-Fna ที่คึกคักด้วยตลาด นักแสดงพื้นเมือง และเสียงดนตรีเคล้ากลิ่นเครื่องเทศ ก่อนปิดท้ายด้วยการพักผ่อนใน สวนมาจอเรล (Jardin Majorelle) สวนสีน้ำเงินของดีไซเนอร์ชื่อดัง Yves Saint Laurent ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติกนุ่มนวล

โมรอคโคไม่ใช่แค่ประเทศที่สวยในรูป แต่เป็นประเทศที่ต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง ทั้งเมืองสีฟ้า ทะเลทรายซาฮารา เมืองเก่า วัฒนธรรม และบรรยากาศที่ไม่เหมือนที่ไหน ใครกำลังมองหาทริปแปลกใหม่ ถ่ายรูปสวย และได้ประสบการณ์แบบ Exotic โมรอคโคคือหนึ่งในเส้นทางที่ควรใส่ไว้ในลิสต์เลยค่ะ

รวมทัวร์ โมรอคโค-> CLICK

สนใจ / สอบถามทัวร์อื่น ๆ ได้ที่..
▪️ Line กด -> CLICK
▪️ inbox ก็ได้เช่นกัน -> m.me/unithaitrip
☎️ 02-234-5936 กด 1
☎️ 02-632-6882 กด 1
☎️ 091-154-9999 กด 1

เรารับ จัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัว ด้วยนะ
ทัวร์ไพรเวท Private จัดทริปส่วนตัว ทัวร์ดูงาน Incentive Tour

🔺ติดต่อแผนกรับจัดกรุ๊ปเหมา กรุ๊ปส่วนตัว กรุ๊ปบริษัท
แผนกกรุ๊ปเหมา
▪️ Line กด -> CLICK
หรือแอดไลน์ @unithaibiggroup
☎️02-234-5936
☎️02-632-6882
กดได้ตั้งแต่ 201-208
**ขอความกรุณาติดต่อเฉพาะการจัดกรุ๊ปส่วนตัว กรุ๊ปเหมา ดูงาน สัมนา
**ไม่สามารถจองทัวร์หน้าร้านได้